Jordan Scarlett Jersey  ล่องเรือสำราญ ดินเนอร์แม่น้ำเจ้าพระยา - เรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส

เข้าสู่ระบบ

สมัครสมาชิก

เมื่อคุณสมัครสมาชิก คุณสามารถตรวจสอบรายการจอง อัพโหลดสลิป และเช็คสถานะการชำระเงินของคุณผ่านหน้าสมาชิกได้ตลอดเวลา รวมไปถึงการเขียนรีวิวการเดินทางของคุณได้อีกด้วย
ชื่อผู้ใช้*
รหัสผ่าน*
ยืนยันรหัสผ่าน*
ชื่อ*
นามสกุล*
อีเมล์*
โทรศัพท์*
ประเทศ*
* การสมัครสมาชิกเป็นการยอมรับ เงื่อนไขและข้อตกลง และข้อควรปฏิบัติในการเดินทาง

มีบัญชีสมาชิก?

เข้าสู่ระบบ
ราคา
เริ่มต้น1,500950
จองเลย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ชื่อ-สกุล *
โทร*
อีเมล์ของคุณ (ถ้ามี)
วันเดินทาง *
จำนวนผู้เดินทาง *
ข้อความสอบถาม *
*โปรดเลือกรายการที่จำเป็นให้ครบถ้วน เพื่อดำเนินการต่อไป

จองเลย

เก็บในรายการโปรด

เพิ่มรายการโปรด ต้องมีบัญชีผู้ใช้

1739

add friend

ต้องการความช่วยเหลือ?

พนักงานของเราพร้อมให้ข้อมูล และคำแนะนำในการทำการจอง ชำระเงิน ตรวจสอบรายการจอง แจ้งชำระเงิน และเปลี่ยนข้อมูลการเดินทางของคุณเสมอ

083-5961888

booking.travelxpress@gmail.com

ล่องเรือสำราญ ดินเนอร์ แม่น้ำเจ้าพระยา – เรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส

0
  • ท่าเรือริเวอร์ซิตี้
  • บริการรถรับส่ง
  • 2 ชั่วโมง
  • ไกด์ไทย - อังกฤษ
  • จองล่วงหน้า 24 ชม.
  • จองขั้นต่ำ 1 คน

โปรแกรมล่องเรือดินเนอร์อันดับหนึ่งของสายน้ำเจ้าพระยา!!!

ขอต้อนรับสู่การเดินทางเพื่อการพักผ่อนและน่าจดจำตลอด 2 ชั่วโมง กับเรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส สัมผัสกับความหรูหราด้วยอาหารมื้อค่ำที่แสนจะโรแมนติกกับคนรู้ใจที่ไม่มีวันลืมเลือน

บรรยากาศอันแสนโรแมนติค ตื่นตาตื่นใจจะเริ่มขี้น เพียงคุณได้ย่างก้าวสู่เรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส คุณจะสัมผัสได้ถึงความหรูหรา ยิ่งใหญ่ตระการตาของตัวเรือ พร้อมที่นั่งอันหรูหราถึง 500 ที่นั่ง บรรยากาศบนเรือตกแต่งด้วยศิลปกรรม ผสมผสาน สไตล์ไทยประยุกต์ ทั้งยังได้แบ่งสัดส่วนเพื่อความรู้สึกที่แต่งต่างไว้เป็น 2 ชั้น โดยชั้นล่างเป็นห้องปรับอากาศ ส่วนชั้นบน เป็นแบบเปิดโล่ง สำหรับท่านที่ชื่นชอบลมธรรมชาติ เรือเจ้าพระยาปริ้นเซส ได้ออกแบบให้มีดาดฟ้าที่สูงเพื่อความรู้สึกโปร่งสบาย 

ลิ้มรสกับอาหารไทยและอาหารนานาชาติแบบบุฟเฟ่ต์ ภายใต้แสงเทียน เพลิดเพลินกับดนตรีแซกโซโฟนและนักร้องฟิลิปินส์ ในสไตล์ Pop Jazz พร้อมชมบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน พร้อมสถาปัตยกรรมอันมีชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์ที่สวยงามล้ำเลิศ ที่จะประดับประดาแสงไฟไว้อย่างสวยงาม อาทิเช่น พระบรมมหาราชวัง และวัดอรุณราชวราราม พระราชวังบางขุนพรหม วัดกัลยาณมิตร สะพานพระราม 8 ฯลฯ

โดยโปรแกรมนี้จะเริ่มต้นที่

ป้อมวิชัยประสิทธ์  หรือ ป้อมวิไชยเยนทร์  ตั้งชื่อตาม คอนสแตนติน ฟอลคอน หรือ เจ้าพระยาวิชเยนทร์ ซึ่งเป็นผู้ทูลแก่สมเด็จพระนารายณ์ให้สร้างป้อม ทั้งยังเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างเองอีกด้วย โดยมอบหมายให้ มองซิเออร์ เดอร์ ลา มาร์  นายช่างชาวฝรั่งเศสผู้มีบทบาทในการก่อสร้างป้อมปราการหลายแห่งสมัยสมเด็จพระนารายณ์เป็นผู้ออกแบบ ถูกสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2223 ในชื่อ ป้อมบางกอก หรือ ป้อมวิไชยเยนทร์ หากจำกันได้ในเรื่อง บุพเพสันนิวาส ป้อมแห่งนี้ถือว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก  สร้างขึ้นเพื่อป้องกันข้าศึกรุกรานทางทะเล  ต่อมาเมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสถาปนา กรุงธนบุรี เป็นราชธานี ได้ทรงสร้างพระราชวังขึ้นบริเวณป้อมฝั่งตะวันตก พร้อมกับปรับปรุงป้อมและพระราชทานนามใหม่ว่า “ป้อมวิไชยประสิทธิ์”

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3  เมื่อราวพ.ศ. ๒๓๖๘   เป็นหนึ่งในวัดที่มีความงดงามซึ่งผสานศิลปกรรมไทย-จีน ไว้ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามทรงคุณค่าที่สะท้อนวิถีชีวิตในสมัยรัชกาลที่ 3  และเรื่องราวแห่งพุทธประวัติ  นอกจากความโดดเด่นในการออกแบบแล้วภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อโต หรือ พระพุทธไตรรัตนนายก ( รัชกาลที่ 4 ทรงพระราชทานนามไว้ )  เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่มีขนาดใหญ่และสวยงามที่สุดในกรุงเทพฯ ( องค์พระมีสีเหลืองทองอร่ามงดงาม ) หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงของชาวธนบุรี โดยเฉพาะในหมู่ชาวจีน เรียกชื่อแบบจีนว่า ซำปอฮุดกง หรือ ซำปอกง  มีคติความเชื่อโด่งดังในเรื่องการขอพรให้เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย และมีมิตรไมตรีที่ดี

พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือ เรียกสั้นๆว่า พระปรางค์วัดอรุณฯ เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย (หากสังเกตุภาพตราสัญลักษณ์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะเห็นเป็นรูปพระปรางค์ ) ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิบสถานที่ทางพุทธศาสนาที่มีชื่อเสียงที่สุดจากทัวร์โอเปีย  

วัดอรุณราชวรารามเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๒  แต่เดิมเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดมะกอก (เรียกตามชื่อตำบลที่ตั้ง) เล่ากันว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงมีพระราชประสงค์จะย้ายราชธานีใหม่มายังกรุงธนบุรี พระองค์จึงเสด็จทางชลมารค ล่องตามแม่น้ำเจ้าพระยาเรื่อยมาจนถึงหน้าวัดมะกอกเมื่อรุ่งแจ้งพอดี ครานั้นจึงมีพระราชดำริว่า นับเป็นมงคลมหาฤกษ์นัก ครั้นแล้วจึงเสด็จขึ้นจากเรือพระที่นั่งไปถวายสักการะพระเจดีย์ (พระปรางค์องค์เก่า) ครั้นต่อมาโปรดฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์วัด แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า วัดแจ้งเพื่อระลึกถึงมงคลมหาฤกษ์ครั้งนั้น

วัดแจ้งได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมาตามลำดับ จนกระทั่งในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้รับพระราชทานนามใหม่ตามนัยความหมายเดิมว่า “วัดอรุณราชวราราม”  ตัวพระปรางค์ปัจจุบันนี้มิใช่พระปรางค์เดิม ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่มีความสูงเพียง 16 เมตร โดยพระปรางค์ปัจจุบันนี้ถูกบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมาและสร้างขึ้นแทน ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในปี พ.ศ. 2363 แต่ก็ได้แค่รื้อพระปรางค์องค์เดิม และขุดดินวางราก ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ได้ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินการสร้างต่อ โดยพระองค์เสด็จมาวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2385 จนแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2394 ใช้เวลารวมกว่า 9 ปี  พระปรางค์วัดอรุณฯ ได้รับการบูรณะเสมอมา จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทำการบูรณะพระปรางค์ครั้งใหญ่ ซึ่งก็คือแบบที่เห็นในปัจจุบัน

พระบรมมหาราชวัง หรือ พระราชวังพระนคร  เป็นศูนย์กลางการปกครองของประเทศและเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์สมัยรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2325  ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชปราบดาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี พระองค์ทรงย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรีมายังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาและโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังหลวงขึ้นเพื่อเป็นการก่อสร้างพระราชวังหลวงเริ่มขึ้นพร้อมกับการสร้างพระนครเมื่อ พ.ศ. 2325   

พระที่นั่งสันติชัยปราการ    พระที่นั่งสันติชัยปราการสร้างขึ้นตอนเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 โดยสร้างตอนที่ปรับปรุงภูมิทัศน์ของป้อมพระสุเมรุโดยพระที่นั่งองค์นี้ใช้เป็นสถานทีประกอบงานพระราชพิธีทางกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคพระที่นั่งองค์นี้มีตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติมาประดับไว้ พร้อมกับท่ารับเสด็จขึ้นลงเรือพระที่นั่ง เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นที่จัดพระราชประเพณีต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันพระที่นั่งองค์นี้อยู่ในการดูแลของกรมศิลปากร

สะพานพระราม 8  เป็นหนึ่งในสะพานที่มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรมในแบบไทยที่สวยงามที่สุด  เปิดให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 เวลา 7:00 น.  สะพานนี้เกิดจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งที่เสด็จทรงเยี่ยมพระอาการประชวรของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระองค์ทอดพระเนตรเห็นถึงปัญหาการจราจรของสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 โปรดเกล้าฯ ให้กรุงเทพมหานครก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มอีก 1 แห่ง เพื่อบรรเทาการจราจรบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้ารองรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี และเป็นจุดเชื่อมต่อโครงการพระราชดำริตามแนวจตุรทิศ  และยังทรงสร้างเพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร กรุงเทพมหานครจึงได้อัญเชิญ “พระราชลัญจกร” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำพระองค์ มาเป็นต้นแบบในการออกแบบทางสถาปัตยกรรม 

การออกแบบกำหนดทิศทางของสะพานและพระบรมราชานุสรณ์ ได้ออกแบบให้สัมพันธ์กับวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ในวันที่ 21 และ 22 ธันวาคม ของทุกปี โดยในเวลาเช้ามืดดวงอาทิตย์โผล่เด่นพ้นขอบฟ้าขึ้นตรงเส้นกลางถนนบนสะพานด้านทิศตะวันออก และขึ้นตรงหน้าพระบรมราชานุสรณ์ เสมือนเป็นมาตรที่บ่งบอกทิศทางการโคจรเป็นวงรี วกกลับของดวงอาทิตย์เมื่อเทียบในระนาบ 2 มิติตามวิถีคิดในอดีตกาล  ปลายยอดเสาสูงของตัวสะพานจะมีจุดชมทิวทัศน์ ซึ่งมีโครงสร้างโลหะกรุกระจก ลักษณะคล้ายดอกบัว สูงจากพื้นดินถึง 165 เมตร หรือสูงเท่าตึก 60 ชั้น พื้นที่ 35 ตารางเมตร จุคนได้ครั้งละเกือบ 50 คน 

 

 

 

 

สัมผัสความโรแมนติกของทัศนียภาพสองฝากฝั่งเจ้าพระยาที่คุณจะต้องตกหลุมรัก

เวลาออกเดินทาง

19.00 น. – 19.30 น.

ออกเดินทางจาก

ท่าเรือสี่พระยา

(ดูแผนที่)

ไฮไลท์ของทัวร์
ดื่มด่ำความโรแมนติกยามค่ำคืนแห่งสายน้ำเจ้าพระยา สัมผัสแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพมหานคร  ล่องเรือชมความงามระดับโลกของสถาปัตยกรรมและประติมากรรมโบราณสถานวัดวาอารามที่อยู่สองฝากฝั่งแม่น้ำ   เคล้าด้วยเสียงดนตรีอันไพเราะ ในสไตล์ Pop Jazz ที่จะทำให้บรรกาศการดินเนอร์ของคุณและคนพิเศษเป็นความประทับใจไม่รู้ลืม 

 

  • อิ่มอร่อยกับอาหารแบบบุฟเฟต์นานาชาติ พร้อมคลอเคล้าไปด้วยเสียงเพลงอันไพเราะ ในสไตล์ Pop Jazz
  • ชื่นชมกับทัศนียภาพอันสวยงามและโรแมนติกของสองฝากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
  • ล่องเรือชมแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพมหานครบนเรือสำราญที่สามารถมองเห็นได้รอบ 360 องศา
ตารางเวลาเดินทาง
19.30 น.
เช็คอิน ที่ริเวอร์ซิตี้ เคาท์เตอร์ เจ้าพระยาปริ๊นเซส ( ท่าเรือสี่พระยา )

ลงทะเบียน ที่ท่าเรือริเวอร์ซิตี้ สี่พระยา (ถนนเจริญกรุง ซอย 30) บริเวณท่าเรือที่ 1 (Pier 1) พนักงานของเราพร้อมต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่านด้วยความเป็นมิตร

19.45 น.
ออกเดินทางจากท่าเรือริเวอร์ ซิตี้

บริการต้อนรับทุกท่านด้วยเครื่องดื่ม ( WELCOME DRINK ) ฟรุ๊ตพั้นซ์ และดรายแสน็คที่เราได้จัดเตรียมไว้ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน จิบเครื่องดื่มเย็นฉ่ำ เคล้าเสียงเป่าแซกโซโฟนบรรเลงจากนักดนตรีชาวฟิลิปปินส์ ในหลากหลายบทเพลงที่ท่านคุ้นเคย และพาท่านล่องเรือชมบรรยากาศสองฝากฝั่งแม่น้ำอันแสนโรแมนติก อาทิเช่น ป้อมวิชัยประสิทธ์ วัดกัลยาณมิตร พระปรางค์วัดอรุณฯ พระบรมมหาราชวัง (วัดพระแก้ว ) พระที่นั่งสันติชัยปราการ สะพานพระรามแปด ฯลฯ

20.00 น.
ร่วมรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ

เวลาสำหรับความอร่อยกับอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติเลิศรส ภายใต้ความโรแมนติคของแสงเทียนและเสียงเพลงสากล อาหารพร้อมบริการ ทั้งอาหารยุโรป อาหารไทย อาหารญี่ปุ่น รวมทั้งสลัด ขนม และผลไม้ให้คุณเลือกอิ่มอร่อยได้ตลอดการเดินทาง หากต้องการเครื่องดื่มนอกเหนือจากที่บริการสามารถสั่งเพิ่มเติมได้เองโดยชำระค่าบริการบนเรือ ( กรณีนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้าหรือไวน์ ขึ้นไปบนเรือ ทางเรือจะมีค่าบริการเปิดขวดเริ่มต้นต่อขวด 500 บาท )

21.45 น.
กลับถึงท่าเรือ

ส่งทุกท่านถึงท่าเรือ ริเวอร์ ซิตี้ และที่พักโรงแรมโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ ( สำหรับท่านที่เลือกบริการรับส่งที่พัก โรงแรม )

โปรดทำความเข้าใจ : โปรแกรมทัวร์สามารถปรับเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ คลื่นลมทะเล และปัจจัยอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง มัคคุเทศก์ หรือผู้กระทำการแทนบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสินใจปรับโปรแกรมตามความเหมาะสม ทั้งนี้เราจะคำนึงถึงความปลอดภัย และผลประโยชน์ของผู้เดินทางโดยรวมเป็นสำคัญ

ราคาพิเศษ
ราคาผู้ใหญ่
950
ราคาเด็ก 3-11 ปี
650
ราคาเด็ก 0-2 ปี
ฟรี

* ราคาที่แสดงในตารางนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขการจองและชำระเงิน ส่วนลดอาจได้รับการเสนอเพิ่มเติมเมื่อมีจำนวนผู้จองตามที่โปรโมชั่นได้ถูกกำหนดไว้ จำนวนเงินที่ต้องชำระมัดจำอาจถูกเสนอขึ้นเมื่อผู้เดินทางทำการจองและชำระเงินภายในระยะที่กำหนด

ราคารวม

  • ค่าบริการเรือ
  • อาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ , ผลไม้ และเครื่องดื่ม
  • การแสดงดนตรีสดและโชว์ต่างๆ
  • ประกันภัยนักท่องเที่ยว

ราคาไม่รวม

  • ค่าอาหารนอกเหนือจากที่ระบุไว้
  • ค่าธรรมเนียมและภาษีอื่นใด
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าบริการรถรับส่ง ของฝาก ขนม

ข้อแนะนำและสิ่งที่ควรเตรียมไป

  • งบใช้จ่ายส่วนตัว
  • เสื้อหรือผ้าคลุม อุปกรณ์ถ่ายภาพ อุปกรณ์กันน้ำ
  • ท่านสามารถจอดรถได้ที่ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ฟรี 2 ชั่วโมงแรก โดยนำบัตรจิดรถมาประทับตราได้ที่เคาท์เตอร์เรือไวท์ออคิดริเวอร์ครูซส์
  • ในกรณีต้องการรถบริการรับส่งจะมีค่าบริการตามระยะทาง สามารถแจ้งได้พร้อมการจองบัตรกับทางเจ้าหน้าที่
  • กรณีสำรองที่นั่งมากกว่า 2 ท่าน สามารถสอบถามราคาพิเศษได้ที่ โทร 0999-656-491 หรือ 02-057-8781
แผนที่ท่องเที่ยว
จุดออกทัวร์
สถานที่ท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวอีก 1 คน กำลังดูรายการนี้